Streptococcus suis  

   
โรคไข้หูดับ

 

 

ค้นหาจาก WWW ค้นหาจาก เว็ป สคร.9
 
    โรคไข้หูดับ หรือ สเตรปโตค็อกคัส ซูอิส (Streptococcus suis)  
 
 

    

 
 

ข่าว..ย้ำเตือนประชาชนเลี่ยงกิน ลาบ หลู้ หมูดิบ ป้องกัน “โรคไข้หูดับ”

 
     
 

สาเหตุ

   เกิดจากเชื้อ Streptococcus suis แกรมบวก รูปร่างกลม

การติดต่อ

    ผ่านระบบทางเดินหายใจ, nose-to-nose contact, เชื้อสามารถเข้าทางบาดแผลและรอยถลอกได้, เชื้อสามารถอยู่ในฝุ่นละอองและอุจจาระ, การใช้อุปกรณ์ที่ติดเชื้อ, การปนเปื้อน secretion และ excretion

 

ปัจจัยเสี่ยง

   ภาวะเครียดของหมู , การจัดการที่ไม่ดีในฟาร์มสุกร

อาการ

   หมูไข้ขึ้นๆลงๆ ซึม ท่ายืนผิดปกติ ataxia ต่อมาชักแบบถีบจักรยาน ตาบอดและหูหนวก ข้อบวมอักเสบ ปอดบวม ตาถลน ติดเชื้อในกระแสโลหิต ผิวหนังแดง เยื่อหุ้มสมองอักเสบ

การรักษาและการป้องกัน

     เลี้ยงสุกรแบบ all-in/all-out มีการจัดการฟาร์มที่ดี แก้ไขสุขาภิบาลให้ดีขึ้น มีความเข้มงวดใน biosecurity เลือกใช้ยาปฏิชีวนะที่ไวต่อเชื้อ

การติดต่อระหว่างสัตว์สู่คน

     คนสามารถติดเชื้อจากการสัมผัสสุกรที่ติดโรค ผู้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงคือ เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร ผู้ทำงานในโรงฆ่าสัตว์ ผู้ชำแหละเนื้อสุกร แม่บ้าน สัตวบาล สัตวแพทย์ เชื้อเข้าทางบาดแผล รอยถลอก หรือเยื่อบุตา การบริโภคเนื้อสุกรที่ไม่สุก

ระยะฟักตัว

     1-3 วัน

อาการในคน

     มีไข้ ปวดศีรษะ คลื่นเหียน สับสน กลัวแสง คอแข็ง ข้ออักเสบ มักมีอาการปวดในข้อก่อน 1-2 วัน ม่านตาอักเสบ ผู้ป่วยอาจสูญเสียการได้ยินจนถึงขั้นหูหนวกถาวรภายใน 24 ชั่วโมง หลังจากหายป่วยอาจมีความผิดปกติในการทรงตัว ในรายที่รุนแรง อาจเสียชีวิตจากการติดเชื้อในกระแสโลหิต มีผลต่ออวัยวะภายใน เช่น ตับ ไต และระบบโลหิต เยื่อบุหัวใจอักเสบ ปอดอักเสบ มีผื่นจ้ำเลือดทั้งตัว และช็อก

 
     
 
    การควบคุมและมาตรการป้องกัน  
 
 
สำหรับเจ้าหน้าที่

   1) ควรเฝ้าระวังผู้ป่วยที่มีอาการสงสัยโรคติดเชื้อ สเตร็ปโตคอดคัส ซูอิส และให้รายงานเข้าระบบการเฝ้าระวังโรค ( รง.506 ) และออกสอบสวนควบคุมโรค กรณีมีผู้ป่วยเสียชีวิตหรือมีผู้ป่วยเป็นกลุ่มก้อน  
  
2) ให้ความรู้แก่ประชาขนโดยอาศัยเครือข่าย อสม. , SRRT ตำบล เพื่อให้ประชาชนได้รู้และทราบถึงความรุนแรงของโรคโดยเฉพาะในช่วงเทศกาลต่าง ๆ

สำหรับประชาชน
  
1) ดูแลสุขอนามัยส่วนส่วนบุคคล หลีกเลี่ยงการจับสัมผัสหมูที่ป่วย หรือสวมถึงมือ และปิดแผลไม่ให้สัมผัสเชื้อ ล้างมือและฟอกสบู่ทุกครั้งที่สัมผัสเนื้อหมูดิบ  
    2) ปรุงอาหารที่มีส่วนประกอบของหมูควรทำให้สุก ผ่านความร้อนอย่างน้อย 70 องศาเซลเซียน นาน 10 นาที ก่อนนำไปรับประทาน 
    3) ไม่ควรนำหมูที่ป่วยหรือตายมาบริโภคและควรนำไปทำลายอย่างถูกวิธี
   
4) หากมีอาการป่วยที่สำคัญ เช่น มีไข้สูง ปวดศีรษะหลังกินหมูดิบภายใน 3 วัน ให้รีบไปพบแพทย์ด่วน และต้องบอกประวัติการกินหมูดิบให้ทราบหากมาพบแพทย์เร็วจะช่วยลดอัตราเสียชีวิตและหูหนวกได้

 
     
 
     
     
    
 

ติดต่อเรา  Last  Update  26-04-2011